วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การใช้คำกริยา Verb
Verb มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ
1. Verb to be
2. Verb to do
3. Verb to have
Verb to be
ได้แก่ be is, am, are, were, was กริยาทั้ง 6 นี้ เมื่อประกอบกับคำนามหรือสรรพนาม ซึ่งเป็นประธานของประโยค เช่น I หรือ You หรือ The boy แล้วถ้าเป็นกริยาช่วยก็ไม่มีคำแปล แต่ถ้าเป็นกริยาแท้ก็แปลว่า เป็น อยู่ คือ เช่น
I am a boy. ฉันเป็นเด็กชายคนหนึ่ง
He is my father. เขาเป็นบิดาของฉัน
และในหลักเกณฑ์ของการใช้คำกริยาต่างๆ ของ Vreb to be จะมีดังนี้
- is, am, are และ be เป็นรูปกริยาของปัจจุบัน คือใช้ในประโยคคำพูดซึ่งหมายถึงอาการหรือกริยาที่แสดงอยู่ในขณะนั้นหรือปัจจุบัน
- ถ้าเป็นอดีตกาล จะเปลี่ยน is, am, are จะเปลี่ยนเป็น was หรือ were หรือถ้าเป็นอดีตกาลสมบูรณ์ จะต้องใช้ been การใช้กริยากับประธานของประโยค ก็จะต้องบังคับใช้ให้ถูกต้องกับประธานซึ่งเป็นคำนาม หรือ คำสรรพนามอย่างแท้จริง คือ
I ต้องใช้ am (กริยาใช้เฉพาะ I คำเดียว)
You ต้องใช้
are He ต้องใช้ is
She ต้องใช้ is
It ต้องใช้ is
They ต้องใช้ are
We ต้องใช้ are
ประธานหรือคำนามที่เป็นเอกพจน์ ใช้ is
ประธานที่เป็นคำนามที่เป็นพหูพจน์ ใช้ are อดีตกาลเอกพจน์ ใช้ was
อดีตกาลพหูพจน์ ใช้ were
ส่วนคำว่า be หรือ been นั้น จะได้อธิบายในชั่วโมงต่อไป ข้อสังเกต คำกริยา am นั้น จะมีเฉพาะกับคำสรรพนาม คือ I เท่านั้น ไม่มีการนำไปใช้กับประธานหรือคำนามหรือสรรพนามอื่นๆ เลย ส่วนคำกริยา was และ were นั้นเมื่อใช้กับคำสรรพนามจะเป็นดังนี้
I ใช้ was
He ใช้ was
She ใช้ was
We ใช้ were
They ใช้ were
Verb to do
คำกริยา do นี้ มีความหมายทำนองเดียวกันกับ Verb to be คือ เป็นทั้งกริยาช่วย และกริยาแท้ ถ้าเป็นกริยาแท้แปลว่า "ทำ", "ปฏิบัติ",และ "แสดงท่า" มีหลักเกณฑ์ในการใช้ดังน
ี้ - ใช้กับประธานซึ่งเป็นบุรุษที่ 1 คือ I และ We และบุรุษที่ 2 คือ You ใช้ do
- ใช้กับประธานซึ่งเป็นบุรุษที่ 3 (เอกพจน์) ใช้ does ถ้าเป็นพหูพจน์ใช้ do
- ใช้ในรูปปัจจุบันกาล คงใช้ do หรือ does
- ใช้ในรูปอดีตกาลใช้ did ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์
- ใช้ในรูปกาลสมบูรณ์ ใช้ done ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์
- ใช้ในรูปประกอบกริยาแสดงกาลไม่สมบูรณ์หรือกำลังอยู่เติม ing ข้างหลังเป็น doing
Verb to have
คำกริยา Have นี้ก็เช่นเดียวกันเป็นได้ทั้งกริยาช่วยและกริยาแท้ ถ้าเป็นกริยาแท้แปลว่า มี หรือ ได้ แล้วแต่กรณี มีหลักเกณฑ์ในการใช้กับคำนามหรือสรรพนามสำหรับคำกริยานี้ ดังนี้ คือ
- have ใช้กับประธานบุรุษที่ 1 คือ I, we และใช้กับบุรุษที่ 2 คือ You ใช้กับประธานบุรุษที่ 3 ซึ่งเป็นพหูพจน์คือ they
- ถ้าใช้กับประธานบุรุษที่ 3 ซึ่งเป็นเอกพจน์ คือ He, She และ It และคำนามที่เป็นเอกพจน์ ใช้ has
Verb  to  be ( is ,  am ,  are)
    Verb  to  be  มีหลักการใช้  ดังนี้
1.      ถ้าเป็นกริยาสำคัญในประโยค  มีความหมายว่า  เป็น  อยู่  คือ
2.      ใช้วางข้างหน้า กลุ่มคำ   adjective  ( คำคุณศัพท์ )
3.      ใช้เป็นกริยาช่วยในโครงสร้างของประโยค Continuous ( ประโยคที่มี กริยา ing )
4.      ใช้เป็นกริยาช่วยในโครงสร้างของประโยค Passive  Voice
( ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ )
หลักการใช้กับประธานในประโยค
            1.  ถ้าประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่  ซึ่งได้แก่  He  She  It  หรือ ชื่อคนคนเดียว
     สัตว์ตัวเดียว  และสิ่งของอันเดียวที่ถูกกล่าวถึง  Verb  to  be  ที่ใช้  คือ  is   เช่น
                        *He  is  a  teacher.                               *Sam  is  a  singer
                        *She  is  in  the  room.                         *My  father   is  sleeping.
                        *It  is  a  dog.                                       *The  pencil  is  on  the  table
            2.   ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่  1  (  ผู้พูดคนเดียว ) ซึ่งได้แก่  I  Verb  to  be 
ที่ใช้  คือ  am
                        *I  am  a  student.                                *  I  am  under  the  table.
            3.  ประธานเป็นพหูพจน์ทุกบุรุษ  ซึ่งได้แก่  We  You  They   หรือ ชื่อคนหลาย 
     สัตว์หลายตัว และสิ่งของหลายอันที่ถูกกล่าวถึง  Verb  to  be  ที่ใช้  คือ  are  เช่น
                        *We  are  nurses.                    *My  father  and  I  are  in  the  room.
                        *They  are  policemen.           *Suda and  her  friends  are  under  the  tree.
                        *You  are  very  good.            *The  players  are  in  the  playground.
Verb to  have
การใช้  have , has
1.      เป็นกริยาสำคัญในประโยค  แปลว่า  มี หรือ รับประทาน
2.      เป็นกริยาช่วยในโครงสร้างของรูปประโยค  Perfect  Tense.
แยกใช้กับประธานในประโยคดังต่อไปนี้
            1ประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่  ซึ่งได้แก่ 
      He  She  It  หรือ ชื่อคนคนเดียว  สัตว์ตัวเดียว  และสิ่งของอันเดียวที่ถูกกล่าวถึง    ใช้  has  เช่น
            *He  has  many  pens. *Dang  has  a  dog.
            *Her  sister  has  a dool.*This  cat   has  a  short  ear.
          2ประธานที่ไม่ใช่เอกพจน์บุรุษที่  ทั้งหมด  ใช้   have  เช่น
            *They  have  a big  buffaloes.        *The  foxes  have  long  ears.
            *I  have breakfast.                          *We  have  a  big  farm.
การสร้างประโยคที่มี have , has ให้เป็นประโยคปฏิเสธ
     ใช้  do  does    เข้ามาช่วย   โดยให้สอดคล้องกับประธาน   คือ
            1.  ถ้าประธานเป็นเอกพจน์  บุรุษที่  ซึ่งได้แก่  He  She  It   คนคนเดียว  สัตว์ตัวเดียว         และสิ่งของอันเดียวที่ถูกกล่าวถึง  ใช้  does  ตามด้วย   not  เป็น  does  not .  เช่น
·       He  does  not  have  brother.
·       She  does  not  have  money.
·       It does  not  have  a  tail.
·       James  does  not  have  any  pens.
does not  ใช้รูปย่อเป็น  doesn’ t
                        2.   ถ้าประธานเป็นตัวอื่นที่ไม่ใช่เอกพจน์บุรุษที่  ใช้ do  ตามด้วย   not  เป็น  do  not .  เช่น
·       They  do  not  have any  brother.
·       We  do  not  have  any  money.
·       You do not  have  a  tail.
·       James and Susan  do  not  have  any  pens.
do  not ใช้รูปย่อเป็น don’ t
            หมายเหตุ         ในประโยคปฏิเสธไม่ว่าประธานจะเป็นพจน์หรือบุรุษใด ใช้ have ทั้งหมด
   การทำประโยค  ที่มี  have  has ให้เป็นประโยคคำถาม  ที่ต้องการคำตอบ Yes  หรือ No 
หรือ  Yes  No Questions .
มีหลักการดังนี้
1.        เอา  do  does  เข้ามาช่วย  โดยวางไว้หน้าประโยค  และต้องอยู่หน้าประธานของประโยค 
2.        ผัน  do  does  …ให้สอดคล้องกับประธานของประโยค
3.        ในประโยคคำถามให้ใช้  have   เพียงตัวเดียวเท่านั้น หลังจบประโยคต้องใส่เครื่องหมายคำถาม  เช่น
                We  have  some  money   =  Do  we  have  some  money ?
                   It  has  a  tail.                         =   Does  it  have  a  tail. ?
               James  and  Susan  have  pens.
      =  Do  James  and  Susan  have  pens ?  
               He  has  a big  baffalo. = Does  he has a big  baffalo.?

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Verb to do


Verb to  do
Do  และ  Does  มีหลักการใช้คือ  ถ้าเป็นกริยาสำคัญหรือกริยาแท้ในประโยคจะมีความหมายว่า  ทำ           ต้องแยกใช้ไปตามประธานของประโยคให้ถูก  เช่น                           He  does  his  homework.
                          They  do  their  homework.
เป็นกริยาช่วยในประโยคคำถามและปฏิเสธที่มีกริยาแท้อยู่แล้วในประโยค และประโยคนั้นไม่มี Verb to be
     (  is   am  are  ) .ในบริบทของประโยคเช่นนี้  do , does จะไม่มีความหมาย  เป็นเพียงตัวช่วย  เช่น
            He  does  not   have  any  sisters.
            We  do   not  buy  a  big  car.
       Remark : Verb  to  be  ไม่อยู่  เอา  Verb  to  do  เข้ามาช่วย
                        do  not  ใช้รูปย่อเป็น    don’t  / does  not    ใช้รูปย่อเป็น    doesn’t
                        
                 แยกใช้ไปตามประธานของประโยคดังนี้
            1.  ประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่  3  (  He , She , It  ชื่อคนคนเดียว สัตว์ตัวเดียว และสิ่งของอันเดียว                 ที่ถูกกล่าวถึง ใช้ Does.
            2.  ประธานเป็นไม่ใช่เอกพจ  น์บุรุษที่  3  (  I , You  , We , They   ชื่อคนหลายคน  สัตว์หลายตัว                   สิ่งของหลายอย่างที่ถูกกล่าวถึง ใช้  Do

แยกใช้ตามตารางต่อไปนี้

I




do




it
You
We
They
Dang  and Dum
The  cats
Three  balls
He



does



it
She
It
Sam
A  dog
A man


การใช้  Verb  to  do  ในประโยคปฏิเสธ
มีหลักการดังนี้
            1.  Verb to  do  เป็นเพียงกริยาช่วย  ( Helping  Verb ) ไม่ใช่กริยาแท้
            2.  กริยาแท้ของประโยคต้องใช้รูปเดิม  ( Base  form ) จะไม่มีการเติมหรือเปลี่ยนไปเป็นช่องใดทั้งสิ้น นะครับ
            ประโยคบอกเล่า          He  likes  cartoon.
            ประโยคปฏิเสธ            He  doesn’t  like  cartoon.
            ประโยคบอกเล่า          They  play  football.
            ประโยคปฏิเสธ            They  don’t  play  football.
 
การใช้  Verb  to  do  ในประโยคคำถาม  มีดังนี้
             1.  Yes / No  Questions
            1.  ใช้  Verb  to  do  วางหน้าประโยค  ตามด้วยประธานของประโยคและกริยาแท้ของประโยควางเรียง         ต่อมา  ตัวอย่างเช่น
กริยาแท้ใช้  Base  form  ( รูปเดิมที่ไม่ต้องเติมหรือผัน )
            ประโยคบอกเล่า          He  likes  cartoon.
            ประโยคคำถาม            Does  he  like  cartoon ?
            ประโยคบอกเล่า          They  play  football.
            ประโยคคำถาม            Do  they  play  football. ?
            2.  Wh. Questions
1.  ใช้  Verb  to  do  วางข้างหลัง Wh. และหน้าประธานของประโยค  ตามด้วย 
      กริยาแท้ของประโยควางเรียงต่อมา  ตัวอย่างเช่น
            ประโยคคำถาม            What  does   he  want  ?
            ประโยคคำตอบ           He  wants  a  pen.
            ประโยคคำถาม            When  do  you  have  lunch ?
            ประโยคคำตอบ           I  have  lunch  at  12.00.